กลุ่มบริษัท เอเอสซี กรุ๊ป ( ASC Group ) ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัท แอดวานซ์ ซิสเต็มส์ คอนซัลติ้ง จำกัด บริษัท แอดวานซ์ เพอซเนล แอนด์ โซลูชั่น จำกัด บริษัท แอดวานซ์ แอดมินนิสเตรชั่น จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไอเซอร์วิส จำกัด บริษัท แอดวานซ์ เอาท์ซอร์สซิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด ต่อจากนี้ ในนโยบายฉบับนี้จะเรียกว่า “บริษัท” ซึ่งให้ความสำคัญกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และแจ้งทราบ ถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนถึงสิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้สำหรับ พนักงานและบุคคลากรของกลุ่มบริษัท ASC Group เพื่อทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนสิทธิตามกฎหมาย ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และให้ปฏิบัติตามนโยบายนี้
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล
หมายถึง ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับตัวตนของบุคคล (แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม)
2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data)
ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน ซึ่งหากถูกเปิดเผยหรือนำไปใช้ในทางที่ผิด อาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลอย่างร้ายแรง เช่น การถูกเลือกปฏิบัติ การถูกคุกคาม หรือการสูญเสียโอกาสต่างๆ เช่น
2.3 ข้อมูลผู้เยาว์ ข้อมูลผู้เสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปีซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสหรือไม่มีฐานะเสมือนบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะ ต้องขอความยินยอมจากผู้เยาว์และหรือผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย ในกรณีผู้เยาว์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต้องขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ผู้ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่ได้จัดเก็บข้อมูลมาโดยความไม่ตั้งใจ จะต้องดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหรือทำให้พิสูจน์ตัวตนไม่ได้โดยทันที หรือเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นเฉพาะกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นโดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม
ซึ่งในนโยบายฉบับนี้ จะเรียกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ข้อมูลผู้เยาว์ ข้อมูลผู้เสมือนไร้ความสามารถว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”
บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ฐานทางกฎหมายที่บริษัทอาจใช้อ้างอิงประกอบการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีดังต่อไปนี้
3.1 ฐานการขอความยินยอม (Consent):
3.2 ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (Contract):
3.3 ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation):
3.4 ฐานการป้องกันอันตรายต่อชีวิต (Vital Interest):
3.5 ฐานการปฏิบัติภารกิจของรัฐ (Public Task):
3.6 ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest):
3.7 ฐานจดหมายเหตุ/วิจัย/สถิติ (Historical Document, Research, or Statistics):
การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายกำหนดให้ขอความยินยอมและต้องแจ้งวัตถุประสงค์ที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อน หรือระหว่างจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มากจากแหล่งอื่นจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบแหล่งข้อมูลที่ได้มาภายใน 30 วัน
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล จัดเก็บไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามระยะเวลาที่มีความสัมพันธ์กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และอาจเก็บไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปที่หมดความสัมพันธ์ตามวัตถุประสงค์แล้ว สามารถจัดเก็บข้อมูลไว้ได้ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือสามารถจัดเก็บไว้ได้ 10 ปีตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือจนกว่าการจะสิ้นสุดอายุความ
ข้อมูลประวัติอาชญากรรม จัดเก็บได้ไม่เกิน 6 เดือนนับจากสิ้นวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยให้ลบ ทำลายข้อมูลประวัติอาชญากรรม ให้ไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของข้อมูลได้ แต่ถ้าองค์กรต้องการจะจัดเก็บเอาไว้นานกว่าที่กฎหมายกำหนดอาจพิจารณาถึงความจำเป็นของการจัดเก็บข้อมูล และต้องขอความยินยอมกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจนกับระยะเวลาที่ต้องการจัดเก็บและระบุวัตถุประสงค์ในการเก็บเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจนด้วย
การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือเรียกว่า CIA Triad (Confidentiality) การรักษาความลับ (Integrity) ความถูกต้องและความครบถ้วน (Availability) ความพร้อมใช้งาน ซึ่งมีความหมายดังนี้
Confidentiality การรักษาความลับ หมายถึงการปกป้องข้อมูลหรือระบบให้สามารถเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เท่านั้น เช่น การใช้การเข้ารหัส (Encryption) การควบคุมการเข้าถึง (Access Control) เพื่อป้องกันข้อมูลจากการถูกเปิดเผยหรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
Integrity ความถูกต้องและความครบถ้วน หมายถึงการป้องกันไม่ให้ข้อมูลหรือระบบถูกดัดแปลงแก้ไข โดยไม่ได้รับอนุญาต และการตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เก็บไว้หรือส่งต่อยังคงความถูกต้องและครบถ้วนเสมอ เช่นการใช้แฮช (Hashing) การสำรองข้อมูล (Backup) และการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation)
Availability ความพร้อมใช้งาน หมายถึงการทำให้ข้อมูลหรือระบบสามารถเข้าถึงและใช้งานได้เมื่อผู้ใช้ต้องการ เช่น การมีระบบสำรองไฟฟ้า (UPS) การป้องกัน DDoS (Distributed Denial of Service) และการมีแผนการกู้คืนระบบ (Disaster Recovery Plan)
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งและขอความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไว้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมในบางกรณี เพื่อที่จะปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมาย ตามที่กฎหมายบังคับใช้ หรือเพื่อที่จะตอบสนองต่อกระบวนการทางกฎหมายโดยชอบ เช่น หมายค้น คำสั่งศาล หรือหมายเรียก ซึ่งรวมถึงกรณีที่บริษัทจำเป็นสำหรับประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ การบังคับใช้กฎหมาย การฟ้องร้องคดี การสอบสวนทางอาญา การคุ้มครองความปลอดภัยของบุคคลใดๆ หรือเพื่อป้องกันการเสียชีวิตหรือการเป็นอันตรายแก่ร่างกาย หากบริษัทเห็นว่าประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่กำหนดให้ต้องมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
8.1 สิทธิได้รับการแจ้งให้ทราบ (Right to be informed): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตน เช่น วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ผู้ควบคุมข้อมูล และระยะเวลาในการเก็บรักษา
8.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right of access): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวมไว้
8.3 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to rectification): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่สมบูรณ์
8.4 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to erasure): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนในบางกรณี เช่น เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็น หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอม
8.5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to restriction of processing): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนในบางกรณี เช่นเมื่อเจ้าของข้อมูลคัดค้านการประมวลผล หรือเมื่อข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง
8.6 สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right to data portability): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของตนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น ในกรณีที่สามารถทำได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
8.7 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to object): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนในบางกรณี เช่น เมื่อการประมวลผลนั้นทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดโดยตรง
8.8 สิทธิในการถอนความยินยอม (Right to withdraw consent): เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวมไว้
8.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right of access): ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลอาศัยฐานความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้
การถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุจำเป็นกับการดำเนินการต่าง ๆ อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรืออาจส่งผลให้กิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องถูกระงับ หรือหยุดลงชั่วคราว หรืออาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ทราบก่อนถอนความยินยอม การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคคลอื่น และการขอยกเลิกสิทธิไม่มีผลย้อนหลังต่อการประมวลผลข้อมูลที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนการถอนความยินยอม
กลุ่มบริษัท ASC Group
เลขที่ 25 อาคารกรุงเทพประกันภัย ชั้น 19 ถนนสาทรใต้
แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
โทร. 02 - 679-1940-3, 02-677-4072-3 กด 511
Email: [email protected]
บริษัทอาจพิจารณาทบทวนเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง นโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและเท่าที่กฎหมายอนุญาติ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ บริษัทจะดำเนินการประกาศนโยบายฉบับปัจจุบันให้ท่านทราบผ่านหน้าเว็บไซต์ของบริษัท
ด้ยวยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายที่มีเจตนาปกป้องการล่วงละเมิดและคุ้มครอง สิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล ได้กำหนดหลักการให้การเก็บรวบรวม ใช้ และเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องขอ ความยินยอมพร้อมทั้งแจ้งวัตถุประสงค์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบอย่างชัดแจ้ง
โดยหนังสือฉบับนี้กลุ่มบริษัท เอเอสซี กรุ๊ป ซึ่งประกอบไปด้วย
บริษัท แอดวานซ์ ซิสเต็มส์ คอนซัลติ้งจำกัด
บริษัท แอดวานซ์ แอดมินิสเตรชั่น จำกัด
บริษัท แอดวานซ์ เพอซแนล แอนด์ โซลูชั่น จำกัด
บริษัท แอดวานซ์ ไอ เซอร์วิส จำกัด
บริษัท แอดวานซ์ เอาท์ซอร์สซิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด
มีความประสงค์ขอความยินยอมเก็บรวมรวม ใช้ เผยแพร่ ข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับวัตถุประสงค์ ที่จะแจ้งไว้ใน เอกสารฉบับนี้
วัตถุประสงค์
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินงานในการจัดหาจัดจ้างงาน ให้กับเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลเปิดเผยข้อมูลให้ผู้รับบริการ ซึ่งดำเนินการภายใต้กลุ่มบริษัท เอเอสซี กรุ๊ป
คำนิยาม
"บริษัท" หมายถึงกลุ่มบริษัท เอเอสซี กรุ๊ป
"ผู้รับบริการ" หมายถึง นิติบุคคล หรือบุคคล ผู้ลงข้อมูลสำหรับการรับสมัครงานบนเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งสามารถเลือกใช้บริการซึ่งจะอยู่ในสถานะ ("ผู้ลงโฆษณา") หรือ ("ผู้ลงประกาศงาน") ก็ได้
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่าข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำ ให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
"ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
"ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดาเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่ง หรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมและวัตถุประสงค์
ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด, รูปถ่าย
- เพื่อยืนยันตัวตน และเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจ้างงาน
หมายเลขโทรศัพท์, ที่อยู่ปัจจุบัน, ที่อยู่ตามบัตรประชาชน, อีเมล์, ไลน์ไอดี
- เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจ้างงาน
ประวัติการศึกษา, ประวัติการฝึกงาน, ประวัติการทำงาน, ประวัติการการอบรม, ประวัติการสอบใบรับรอง (Certificate)
- เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการจัดหางานและการจ้างงาน
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล
การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะจัดเก็บไว้เท่าที่จำเป็น เพื่อปฏิบัติตามวัตถุประสงค์
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิดังนี้
1. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอม เมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม ทั้งนี้การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว
2. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม
3. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
4. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้
5. เจ้าของข้อมูลสวนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
6. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้
7. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องขอให้ปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
8. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนในกรณที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ผลการเพิกถอนความยินยอม
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ข้างต้น โดยแจ้งให้บริษัททราบและบริษัทอาจขอทราบถึงเหตุผลแห่งผลของการยกเลิก
การเพิกถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไดให้ความยินยอมไปแล้วก่อนหน้านั้น
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ที่จะเพิกถอนความยินยอม ให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล จะส่งผลกระทบทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ได้
ช่องทางการติดต่อกับบริษัทฯ
บริษัท แอดวานซ์ ซิสเต็มส์ คอนซัลติ้ง จำกัด
เลขที่ 25 อาคารกรุงเทพประกันภัย ชั้น 19 ถนนสาทรใต้
แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
โทร. 02 - 679-1940-3, 02-677-4072-3 กด 4 ฝ่ายบุคคล
Email: [email protected]
ข้าพเจ้า ได้อ่านและทำความเข้าใจในหนังสือให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคค จนครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และให้ความยินยอมเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในเอกสารฉบับนี้